“คิซารางิ” สถานีรถไฟสุดหลอน ที่ไม่มีเที่ยวขากลับ

โดย
Surasak Tulathiphakul Surasak Tulathiphakul
เขียนเมื่อ
“คิซารางิ” สถานีรถไฟสุดหลอน ที่ไม่มีเที่ยวขากลับ

ผมได้ข่าวว่าชาว “Deep Dark Fantasy” ชอบเรื่องลึกลับกัน และน่าจะเบื่อเรื่องคดีฆาตกรรมกันเต็มแก่แล้ว คราวนี้เลยไปคุ้ยหาเรื่องเล่าน่ากลัว ๆ จากต่างแดนมาฝากกัน จนกระทั่งได้เจอเรื่องของสถานีรถไฟสุดประหลาด และเรื่องราวของมันก็ถูกเล่ากันไปแบบปากต่อปากบนโลกออนไลน์ไปช่วงหนึ่งกันเลยทีเดียว

Deep Dark Fantasy EP นี้ จะขอพามาเล่าถึงเรื่องราวของสถานีรถไฟลึกลับ ที่ว่ากันว่า… มันเป็นสถานีรถไฟที่เชื่อมต่อกับอีกโลกหนึ่ง และใครก็ตามที่ลงรถไฟ ณ สถานีนี้จะไม่ได้กลับมาอีกเลย และเรื่องราวความน่ากลัวนี้ ก็ถูกนำมาต่อยอดใหม่ในรูปแบบภาพยนตร์และเกมสยองขวัญ… ชื่อของสถานีนี้คือ “คิซารางิ”


“สถานีรถไฟคิซารางิ” ปรากฏขึ้นบนโลกออนไลน์ครั้งแรกในปี 2004 ที่พูดถึงสถานีรถไฟที่ชื่อ “คิซารางิ” ซึ่งถูกเล่าผ่านเว็บบอร์ด 2Ch ของประเทศญี่ปุ่น เรื่องราวทั้งหมดถูกบอกเล่าผ่านตัวอักษรโดยหญิงสาวที่เรียกตัวเองว่า “ฮาสุมิ”

“ฮาสุมิ” ได้โพสต์คอมเมนต์ในกระทู้หนึ่งของเว็บบอร์ด 2Ch ว่าเธอได้เจอเรื่องแปลก ๆ บนรถไฟ… อันนี้ต้องขอชี้แจงก่อนว่าสมัยนู้นเรายังไม่มีไลน์กลุ่ม, เฟซบุ๊ค หรือทวิตเตอร์ และมือถือสมัยนั้นยังเป็นมือถือปุ่มกดฝาพับธรรมดา ๆ ที่อย่างเก่งแค่เข้าเว็บไซต์ได้เท่านั้น ดังนั้นวิธีการเล่าเรื่องราวหรือประสบการณ์ต่าง ๆ เลยจะใช้วิธีการตั้งกระทู้ หรือตอบกลับกระทู้ตามเว็บบอร์ดแทน

ฮาสุมิเล่าว่าตอนที่เธอโพสต์ความเห็นในกระทู้เธอเพิ่งขึ้นรถไฟเอกชนสายหนึ่งมา ด้วยความที่เธอนั่งรถไฟบ่อย เหมือนกับชาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่ที่ใช้รถไฟเดินทางเป็นหลัก ก็จะจำได้ว่าปกติรถไฟจะต้องจอดทุก 5-7 นาที แต่รถที่เธอนั่งมานี้ 20 นาทีแล้วยังไม่ได้แตะเบรกจอดสถานีไหนเลย และรถไฟขบวนนั้น ก็มีเพื่อนร่วมทางอีก 5 คน ซึ่งนั่งหลับอย่างสบายใจแบบไม่กลัวพลาดสถานีไหนเลย

ผู้ใช้เว็บบอร์ดคนอื่น ๆ แนะนำให้ลองตรวจสายรถไฟดี ๆ ว่าขึ้นถูกสายรึเปล่า เพราะรถไฟที่ญี่ปุ่นจะมีสายทั่วไปที่ใช้ความเร็วปกติ กับรถด่วนที่ขับไวกว่า แต่ฮาสุมิเองก็ไม่แน่ใจในเรื่องนี้ เลยทำได้แค่รอดูว่าจะได้จอดบ้างหรือไม่

ระหว่างนั้นก็ได้มีผู้ใช้อีกรายแนะนำให้ไปตู้หน้าสุดที่ติดกับหัวขบวนและห้องคนขับ ฮาสุมิเลยเดินไปทางหัวขบวน ปรากฏว่าม่านของห้องคนขับถูกปิดไว้ เธอลองเคาะกระจกเพื่อเรียงพนักงานขับ แต่ก็ไม่มีใครตอบกลับมา

ในขณะเดียวกัน รถไฟก็ขับลอดอุโมงค์พอดี เมื่อออกจากอุโมงค์ก็เริ่มมีการชลอความเร็วลง… แต่เดี๋ยวก่อน ปกติเวลาเธอมารถไฟฟ้าจากสถานีชินฮะมะมะสึ ไม่มีเที่ยวไหนผ่านอุโมงค์นี่นา… เธอก็ได้โพสต์อัปเดตในกระทู้ของเธอต่อ ก่อนที่ขบวนรถจะจอดที่สถานีหนึ่ง

เธอบอกกับคนในกระทู้ว่ารถไฟขบวนนี้ ลงจอดที่สถานี “คิซารางิ” เป็นสถานีที่ไร้ผู้คน และไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน เธอก็ไม่แน่ใจว่าที่จะลงสถานีนี้ดีมั้ย… มาทางฝั่งคนในเว็บบอร์ด ก็มีคนถามเธอว่านั่งเที่ยวกี่โมงมา เธอตอบไปว่า “5 ทุ่ม 40”

ชาวเว็บบอร์ดต่างพยายามหาชื่อของสถานี “คิซารางิ” ที่ฮาสุมิพูดถึง แต่กลับไม่มีใครหามันเจอเลย เป็นเวลาเดียวกับที่ฮาสุมิออกมาจากขบวนรถ เพื่อหาตารางเวลา แต่หายังไงก็หาไม่เจอ เธอเลยคิดว่าจะกลับไปขึ้นรถไฟขบวนเดิมอีกครั้ง… แต่แย่หน่อย เพราะรถไฟที่เธอนั่งมาได้ออกจากสถานีไปแล้ว

จากคำแนะนำของชาวบอร์ด 2ch ที่ฮาสุมิสามารถทำได้ตอนนี้ คือการออกจากสถานีเพื่อหาบ้านคน, สถานีตำรวจ หรือรถแท็กซี่ เผื่อเธอจะหาทางกลับบ้านได้… ได้ก็แย่แล้ว เพราะรอบ ๆ สถานีมีแต่ทุ่งหญ้ากับภูเขา นั่นทำให้เธอใช้ทางเลือกสุดท้าย นั่นคือรบกวนคนที่บ้านให้มารับที่สถานีรถไฟคิซารางิ แต่พ่อแม่ของเธอก็ไม่รู้จักสถานีที่ว่านี้เหมือนกัน ก่อนที่จะวางสายไปหาตามแผนที่ เพื่อที่จะได้ไปรับเธอถูก

ระหว่างนั้น ชาวเว็บบอร์ดได้แนะนำให้เธอลองดูที่ป้ายว่าสถานีถัดไปเป็นสถานีไหน ปรากฏว่าไม่มีป้ายบอกชื่อสถานีใกล้เคียงเลย… มาจนถึงจุดนี้ ชาว 2ch เลยเกิดเสียงแตกระหว่าง “เดินย้อนกลับไปตามแนวรางรถไฟ” หรือ “รอจนถึงเช้าแล้วค่อยหาทางกลับ” โดยฮาสุมิเลือกที่จะเดินย้อนแนวรางกลับไป

จากนั้น ครอบครัวของเธอได้โทรกลับมา โดยบอกว่าพวกเขาไม่พบ “สถานีคิซารางิ” อยู่ในแผนที่เลย และเธอก็ไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหนแล้ว ที่พึ่งสุดท้ายของเธอเห็นทีคงจะเป็นตำรวจ… แต่โชคไม่ดีที่นอกจากตำรวจจะไม่เชื่อเหตุการณ์ที่เธอเล่าแล้ว ยังต่อว่าเธอกลับ เพราะคิดว่าเธอโทรมาแกล้งอีก

ระหว่างที่เธอเดินไปตามทาง เธออัปเดตกับคนในกระทู้ว่าได้ยินเสียงกลองและเสียงกระดิ่งแว่ว ๆ มาจากที่ไกล ๆ และเธอก็รู้สึกกลัวมากจนไม่กล้าหันกลับไปมอง… อาจเป็นเพราะชาวบอร์ด 2ch น่าจะเคยดูหนังผีบ่อย เลยบอกกับเธอไปว่า ให้วิ่งหนีและอย่าหันกลับไปมอง

และฮาสุมิน่าจะไม่ใช่แฟนหนังผีแน่ ๆ เพราะระหว่างที่วิ่งอยู่ เธอก็ได้ยินเสียงคล้ายชายมีอายุตะโกนมาจากข้างหลังว่า “ไปเดินบนรางรถไฟทำไม? มันอันตรายนะ” และเมื่อหันกลับไป ภาพที่เธอเห็นคือลุงคนหนึ่งที่มีขาเพียงข้างเดียว ก่อนที่ร่างนั้นจะค่อย ๆ จางหายไป… ฮาสุมิที่เจอกับภาพที่อธิบายไม่ได้ก็ถึงกับแข้งขาอ่อนแรง ก้าวไปไหนต่อไม่ได้… (ก็บอกแล้ว)

แต่ยังไงก็ตาม ชาวบอร์ดก็ยังคงบอกให้ฮาสุมิเดินต่อเข้าไปในอุโมงค์… หลังจากนั้นเมื่อมาถึงปากอุโมงค์อีกฟาก เธอก็ได้พบกับชายคนหนึ่งยืนอยู่ และอาสาพาเธอไปส่งที่สถานีใกล้ ๆ พร้อมแนะนำโรงแรมให้เธอได้ค้างคืนด้วย เธอดีใจมาก เลยเข้ามาอัปเดตพร้อมขอบคุณทุกคนในกระทู้

และดูเหมือนชาว 2ch จะรู้สึกว่ามันมีอะไรไม่เข้าท่า เพราะคนสติดี ๆ ที่ไหนจะมาอยู่แถวนั้นเวลาดึก ๆ โดยเฉพาะช่วงที่พวกเขากำลังพิม์อยู่นั่นก็ตี 3 แล้ว เลยพยายามห้ามไม่ให้ฮาสุมิไปกับชายคนนั้น… แต่ก็ไม่ทัน เธอได้ขึ้นไปนั่งบนรถคันดังกล่าวแล้ว คนในเว็บบอร์ดเลยฝากถามว่าที่ที่เธออยู่คือที่ไหน

ชายคนดังกล่าวบอกว่าที่ที่พวกเขาอยู่ตอนนี้คือ “ฮินะ” แต่สิ่งที่ทำให้รู้สึกไม่ดีเข้าไปใหญ่เลยนั่นก็คือ… ไม่มีใครรู้จักสถานที่ที่ชื่อ “ฮินะ” เลยสักคน อีกทั้งเส้นทางที่รถมุ่งหน้าไปก็เป็นภูเขา นอกจากจะไม่มีทีท่าว่าจะจอดแล้ว ชายเจ้าของรถก็ไม่พูดไม่คุยอีกด้วย…

ในจังหวะนั้นเอง แบตฯ มือถือของเธอเริ่มที่จะหมดแล้ว เลยได้อัปเดตครั้งสุดท้ายว่ากำลังหาทางหนี เพราะรู้สึกว่ามันเริ่มแปลก ๆ แล้ว ส่วนชายใจดีที่ให้เธอติดรถมาก็พูดพึมพำอะไรอยู่คนเดียว และไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป… แล้วหลังจากนั้นเธอก็ไม่โพสต์อะไรอีกเลย….

เรื่องยังไม่จบแค่นี้ หลังจากนั้นอีกหลายปี ราว ๆ 7 ปีได้ ก็มีผู้ใช้ที่ชื่อ “ฮาสุมิ” ได้กลับมาโพสต์ในกระทู้อีกครั้ง แต่คนในเว็บบอร์ดก็ได้ลองไปสืบดูผู้ใช้รายนี้ดู ก็พบว่าไม่ใช่ฮาสุมิคนเดียวกับที่โพสต์ในกระทู้นี้


มาจนถึงตอนนี้คงมีคนคิดว่าสถานีคิซารางิเป็นสถานีผีที่ไม่ได้มีตัวตนอยู่ที่โลกฝั่งนี้แน่ ๆ และฮาสุมิอาจจะตาย หรือกลับมาที่โลกฝั่งนี้ไม่ได้อีกต่อไป... แต่เราอยากจะบอกว่าตอนนี้ หมดช่วงเล่านิทานแล้วครับ

ก่อนอื่นต้องอธิบายว่า “สถานีคิซารางิ” เป็นผลงานเรื่องสยองขวัญออนไลน์บนเว็บไซต์ 2Ch ของประเทศญี่ปุ่น ถูกโพสต์ไว้เมื่อเดือนมกราคม 2004 ในกระทู้ “มาโพสต์เล่าเรื่องแปลกรอบตัวกัน!” เป็นเรื่องเล่าสยองขวัญที่นำเสนอแบบ “Interactive” หรือแบบที่เปิดโอกาสให้คนอ่านมีส่วนร่วมในเรื่องราว ผ่านการโพสต์คอมเมนต์ในกระทู้

ด้วยความที่ถูกเล่าต่อ ๆ กันไปเรื่อย ๆ ในยุคโซเชียล มันได้ถูกนำไปแปลเป็นภาษาอังกฤษ ลงให้กับเว็บไซต์ “Creepypasta” ในช่วงปี 2012 และได้คะแนนสูงถึง 8.81/10 เป็นเรื่องเล่าจากฝั่งเอเชียที่ได้คะแนนตอบรับดี ไม่แพ้เรื่องจากฝั่งตะวันตกเลย

ต่อมามันก็ได้ถูกดัดแปลงเป็นวิดีโอเกมแนวสยองขวัญชื่อ “The Ghost Train” โดย “Chilla's Art” ผู้สร้างเกมสยองขวัญอินดี้ชื่อดังจากญี่ปุ่น และได้ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ที่ชื่อ “Kisaragi Station” กำกับโดย “Jirô Nagae” ที่เคยฝากผลงานภาพยนตร์ระทึกขวัญอย่าง “Tomodachi Game” ภาค 1 และ 2 แต่ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ไปไม่ค่อยสวยเท่าเวอร์ชันเรื่องเล่าออนไลน์

ถือได้ว่า “สถานีคิซารางิ” เป็นเรื่องสยองขวัญที่ประสบความสำเร็จทั้งในฐานะเรื่องเล่าออนไลน์ และตำนานเมืองสุดหลอน ที่ถ้าไม่ได้อ่านมาถึงตรงนี้ก่อน ก็คงจะคิดว่าเป็นเรื่องจริงแน่ ๆ

เนื้อหาน่าสนใจที่เกี่ยวข้อง

ย้อนรอย “วางเพลิงเกียวอนิฯ” คดีหายนะของวงการอนิเมะ
ทำไมคนบางกลุ่ม ถึงยกอาชญากรเป็น “ไอดอล” ?

แหล่งที่มา

https://www.creepypasta.com/kisaragi-station/
https://www.youtube.com/watch?v=JuA15hScolw
https://store.steampowered.com/app/1349960/Chillas_Art_The_Ghost_Train/
https://en.wikipedia.org/wiki/Kisaragi_Station

More from us

นักเขียน, Gamer และตากล้อง ชอบดื่มเบียร์ IPA และ Whisky... เคยหายไปเขียนเรื่องเหล้ามาหลายปี ในที่สุดก็ได้กลับเข้าวงการสักที..!!!!
รักหมารักแมวรักการเล่นเกม!